ทองคำในประเทศปรับตัวลงแรงหลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐปรับตัวดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาคก่อสร้างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แนะถือทองคำต่อหากไม่หลุดแนวรับ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ รอลุ้นขาย 1,317-1,328 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

นายพิชญา  พิสุทธิกุล  อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า   ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลง 150 บาท  โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ  19,950 บาท และขายออกบาทละ 19,950 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ  19,950 บาท และขายออกบาทละ 20,550  บาท   ขณะที่ราคาต่างประเทศอยู่ที่ 1,308. ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์   และค่าเงินบาทอยู่ที่  32.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ 

สำหรับปัจจับที่ทำให้ทองคำผันผวนส่วนหนึ่งเกิดจากนักลงทุนเทขายทำกำไร และปัญหาในตะวันออกกลาง  หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ  ลงนามรับรองให้ “เยรูซาเลม” เป็นเมืองหลวงของอิสราเอลไม่รู้ว่าอิหร่านจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อะไรอีกหรือไม่  รวมถึงปัญหาคาบสมุทรเกาหลี และการเลือกตั้งของอียิปต์ 

รายงานข่าวจากบริษัท แอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดแจ้งว่า   ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด อาทิ ดัชนีภาคการผลิตของสถาบันไอเอสเอ็ม ที่ดีดตัวสู่ระดับ 59.7 ในเดือนธ.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 58.2 ในเดือนธ.ค. ด้านการใช้จ่ายภาคการก่อสร้างของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.8%สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน 

นอกจากนี้การเปิดเผยรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ประจำเดือนธ.ค. 60  ที่ยังคงบ่งชี้ว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นอีกปัจจัยที่หนุนสกุลเงินดอลลาร์ให้ฟื้นตัวอีกด้วย ประกอบกับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้นสหรัฐทั้งดัชนี S&P 500, ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์และดัชนี Nasdaq ที่ปิดปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นแรงขายทำกำไรในทองคำ  

“แนะนำถือทองคำต่อได้หากราคาไม่หลุดแนวรับ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และไปรอลุ้นขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,317-1,328 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์”