น่าเวทนายิ่ง –ภาพที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์ — เหตุร้ายเกิดขึ้นในขณะที่เจ้าของบ้านกำลังมีความสุข และ บ้านน้อยหลังนี้ก็ควรจะเป็นสถานที่เต็มไปด้วยความสงบสุข — ตามสถิติอย่างเป็นทางการ นี่เป็นเหตุฟ้าผ่าครั้งที่ 5 ในรอบปี ปีที่แล้วมีชาวเขมรเสียชีวิตจากสายฟ้า 80 คนทั่วประเทศ. “>

MGR ออนไลน์ — เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่ารุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ตอนบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งทำให้พ่อลูกชาว จ.สะตึงแตร็ง (Stung Treng) บาดเจ็บสาหัส ขณะทั้งคู่กำลังนั่งชมละครโทรทัศน์อยู่ดีๆ ภายในบ้านยกพื้นชั้นเดียวหลังเล็ก ในย่านชานเมือง เพื่อนบ้านไปพบคนทั้งสอง โดนสายฟ้ากระหน่ำ ผู้เป็นบิดานอนซมร้องครวญครางอยูข้างใน แต่บุตรชายกระเด็นออกจากตัวเรือน เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก

สื่อออนไลน์ภาษาเขมรหลายสำนักรายงานว่า เหตุการณ์ล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่มีฝนตกพรำ ฟ้าร้องครืน เมื่อเวลา 16 น.เศษ ที่บ้านเลขที่ 43 คอมมูนกิโลเจ็ด อำเมืองสะตึงแตร็ง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ผู้เป็นบิดาคือ นายสุนัน ทา (Sonan Tha) อายุ 47 ปี ส่วนลูกชายคือ เด็กชายซ็อน ทา (Son Tha) อายุ 14 ปี ทั้งคู่บาดเจ็บสาหัส มีแผลไฟลวกตามเนื้อตัว เพื่อนบ้านได้ช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลในเมือง

นับเป็นเหตุการณ์ฟ้าผ่ารุนแรงครั้งที่ 5 ตั้งแต้ต้นปีมานี้ หรือ อย่างน้อยก็เท่าที่ปรากฎเป็นข่าวผ่านสื่อต่างๆ

สี่ครั้งก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นใน 4 จังหวัด คือ เปรย์แวง (Prey Veng) ทางตอนใต้กรุงพนมเปญ เกาะกง (Koh Kong) ติดชายแดน จ.ตราดของไทย พระตะบอง (Battambang) ทางตะวันตก และ จ.กระแจ๊ะ (Kratie) ที่อยู่ถัดสะตึงแตร็งลงไปทางใต้ เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้มีชาวเขมรเสียชีวิต 5 คน เป็นชาย 4 คน กับเด็กหญิงวัย 4 ขวบอีก 1 คน เว็บไซต์ข่าวสวิฟต์นิวส์รายงาน

ไอ้หนูวัย 14 ปี กระดอนไปไกลหล่นลงข้างล่าง เพื่อนบ้านไปเจอในสภาพนอนร้องครวญคราง จากพิษบาดแผล — เช่นเดียวกันกับบิดาที่ติดอยู่บนบ้าน. “>
เหตุเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในขณะผู้เคราะห์ทำงานหรืออยู่กลางแจ้ง ขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง ยกเว้นกรณีที่ อ.เชษฐ์บุรี (Chet Borei) จ.กระแจ๊ะ ที่มารดากับลูกสาววัย 4 ขวบ ถูกสายฟ้าขณะนั่งดูโทรทัศน์อยู่ในบ้าน คล้ายกันกับกรณีเมื่อวันพุธ ที่สะตึงแตร็ง — โดยเสารับสัญญาณโทรทัศน์ กลายป็นสายล่อฟ้านั่นเอง

หากโดนเข้าโดยตรง ไฟฟ้าที่มีแรงเคลื่อนสูงมาก จะทำให้ผู้เคราะห์ร้ายช็อกในทันทีทันใด และ หัวใจหยุดเต้น ระบบของร่างกายทั่วไปหยุดทำงาน เป็นสาเหตุทำให้เหยื่อเคราะห์ร้ายส่วนใหญ่เสียชีวิต อีกจำนวนมากสิ้นชีพในภายหลัง เพราะพิษบาดแผลไฟไหม้หรือไฟลวกรุนแรง อันเกิดจากความร้อนสูง

นายแก้ว วี (Keo Vy) โฆษกสำนักงานคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยในกรุงพนมเปญปลายเดือนที่แล้ว กล่าวโทษพายุฝนฟ้าคะนอง ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดการสูญเสีย ต้นปีมานี้มีพายุฝนเกิดขึ้นในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 20 ครั้ง — ในขณะเดียวกันประชาชนทั่วไปก็ขาดการป้องกัน หรือ ประมาทฟ้าฝนจนเกินไป

ตลอดปี 2560 มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตจากเหตุฟ้าผ่าถึง 80 คน บาดเจ็บอีก 63 สายฟ้ายังทำให้บ้านเรือนถูกทำลาย หรือ พังเสียหายยับเยินรวม 97 หลังคา วัวตายอีก 74 ตัว — เว็บไซต์แห่งเดียวกันอ้างตัวเลขของคณะกรรมการระดับชาติดังกล่าว.

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์