“กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ” แนะประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และพื้นที่เฝ้าระวัง 19 จังหวัด ระวังอันตรายจากไฟฟ้าดูด โดยเฉพาะบ้าน อาคารชั้นเดียว หรือมีการติดตั้งปลั๊กไฟอยู่ต่ำขอให้สำรวจระบบควบคุมไฟหรือเบรคเกอร์ หากน้ำท่วมเข้าในตัวบ้านให้รีบตัดไฟทันที หากต้องใช้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้าเพื่อลดปริมาณน้ำในพื้นที่ ขอให้ตรวจสอบสภาพก่อนใช้งานทุกครั้ง ป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหลจากอุปกรณ์ที่ชำรุด

นายแพทย์ประภาส จิตตาศิรินุวัตร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยประสบสถานการณ์อุทกภัยจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ ทั้งสถานที่ราชการ และบ้านเรือนของประชาชนต่างได้รับความเสียหาย ซึ่งภัยจากน้ำท่วมในครั้งนี้ นอกจากจะก่อให้เกิดความเสียหายกับทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อชีวิตของประชาชน ทั้งจากการจมน้ำไฟฟ้าดูด หรือการเกิดโรคที่มากับน้ำท่วม อาทิ โรคอุจจาระร่วง และโรคฉี่หนู ประเด็นที่น่าห่วงคือปัญหาการเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าดูดในช่วงน้ำท่วม ซึ่งเป็นอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด และมักเกิดขึ้นในที่พักอาศัยของประชาชน โดยเฉพาะบ้าน อาคารชั้นเดียว หรือมีการติดตั้งปลั๊กไฟอยู่ต่ำซึ่งมีความเสี่ยงน้ำท่วมปลั๊กไฟได้ง่าย ทำให้ให้ไฟฟ้ารั่วไหลเป็นอันตรายต่อชีวิต
นายแพทย์ประภาส กล่าวต่อว่า เพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าดูดในช่วงน้ำท่วม ซึ่งพบรองจากการจมน้ำ ขอให้ประชาชน ทั้งในพื้นที่ประสบภัย และพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัย 19 จังหวัด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด คือ สกลนคร นครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ มุกดาหาร อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ ภาคเหนือ 2 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน และอุตรดิตถ์ ภาคกลาง 5 จังหวัด คือ พิษณุโลก พิจิตร พระนครศรีอยุธยา สุโขทัย และลพบุรี ภาคใต้ 2 จังหวัด คือ ระนอง และชุมพร
ตรวจสอบระบบควบคุมไฟฟ้า หรือเบรคเกอร์ว่ามีการแยกระบบไฟฟ้าระหว่างชั้นบนกับชั้นล่างหรือไม่ และขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงให้พ้นจากน้ำ ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่ตัวเปียกหรือร่างกายสัมผัสกับน้ำ หลังน้ำลดห้ามเปิดระบบควบคุมไฟฟ้า หรือเบรคเกอร์ที่เชื่อมต่อกับปลั๊กไฟที่ถูกน้ำท่วมโดยทันที เนื่องจากในปลั๊กไฟจะมีความชื้นหรือยังชุ่มน้ำอยู่อาจเกิดไฟฟ้าช๊อตได้ จึงควรให้ช่างไฟฟ้าเข้ามาตรวจสอบความพร้อมก่อนใช้งาน
สำหรับการใช้ปั๊มสูบน้ำไฟฟ้าเพื่อลดปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ ก่อนใช้งานจะต้องตรวจสอบสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ทุกครั้ง หากพบว่าสายไฟชำรุด อยู่ในสภาพแตกหักจนเห็นลวดทองแดง หรือแตกเป็นลายงา ขอให้เปลี่ยนสายไฟ หรือส่งซ่อมก่อนใช้งานเพื่อความปลอดภัย ห้ามใช้เทปพันสายไฟหรือเทปกาวพันห่อหุ้มบริเวณที่ชำรุดอย่างเด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถป้องกันน้ำเข้าได้ และหากสายไฟแช่น้ำจะทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วไหลออกมาได้ และหากมีความจำเป็นต้องเดินทางในขณะที่น้ำท่วม ขอให้อยู่ห่างจากจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหล เช่น เสาไฟฟ้า หรือตู้โทรศัพท์ อย่างน้อย 2 เมตรขึ้นไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth