สัปดาห์นี้เอ่ยถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาแทนบทบาทมนุษย์ในงานด้านต่างๆ อีกแง่มุมหนึ่งก็ยังคุกคามชีวิตเราได้อีก ฉะนั้นอย่าปล่อยผ่าน!! ต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง มีอะไรบ้างไปอ่านกัน อิทธิพลของ “เทคโนโลยี” ที่กระทบต่อชีวิตของคนยุคนี้ไปแล้วว่า แม้เทคโนโลยีจะมีคุณอนันต์ในการอำนวยความสะดวก แต่มันกำลังเข้ามาแทนที่บทบาทของมนุษย์ในงานด้านต่างๆ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงทางสังคม และในบางสายอาชีพ

ถ้าวิ่งตามความเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ก็จะเป็นอาชีพที่หมดความสำคัญไป ลองถามๆ คนรอบตัวดูว่า “คิดว่างานอะไรบ้างของมนุษย์ที่เทคโนโลยีแทนที่ไม่ได้” ภาพรวมของคำตอบที่เขามองๆ กัน คือ 1.งานที่ต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ ที่ต้องมีการวางแผนการทำงานเพื่อตอบสนองความพึงพอใจบางอย่าง ยังต้องมีการติดต่อสื่อสารกันทางสังคม อย่างงานประชาสัมพันธ์ งานวางแผนการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร จำต้องมีการประเมินปฏิกิริยาตอบรับของผู้ที่เราติดต่อด้วยหรือของสังคม และปรับเปลี่ยนแผนได้ทันท่วงที “งานบริการ” ก็มีความจำเป็นต้องสังเกตเรื่องความพึงพอใจ อย่างเช่น พนักงานโรงแรม เวลาเกิดปัญหาขึ้นมา แขกก็คงจะต้องการพูดคุยเพื่ออธิบายปัญหา หรือร้องเรียนกับคนมากกว่าระบบอัตโนมัติ ร้านอาหารจะร้องเรียนว่าอาหารไม่อร่อย มีอะไรปนเปื้อน ก็อยากร้องเรียนกับพนักงาน หรือกระทั่งงานนวด คนเราก็ยังพอใจที่จะใช้หมอนวดมากกว่าหุ่นยนต์นวด เพราะบอกให้ปรับน้ำหนักแรงเบา หรือบอกให้เน้นตรงไหนได้ทันทีไม่ต้องลุกมานั่งเซ็ตเครื่องใหม่

งานที่ต้องใช้ฝีมือในการรังสรรค์ เช่น การออกแบบที่มนุษย์จะมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าคอมพิวเตอร์ อย่างการออกแบบบ้าน ออกแบบสวน คนเราสามารถคิดได้หลากหลายมากกว่าโปรแกรม การผลิตชิ้นงานอะไรก็ตามที่มีคำว่า “Hand made” แปะอยู่ มันก็ดูเป็นงานชิ้นพิเศษ มีความเฉพาะตัว มีเรื่องราวของงานที่น่าสนใจ และสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น อีกอย่างหนึ่งที่ต้องใช้ฝีมือในการสร้างสรรค์ คือ “อาหาร” ถ้าเอาแบบมีระดับขายกันแพงๆ ก็ต้องมีความซับซ้อนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุงที่เป็นฝีมือเฉพาะตัวของเชฟ ไปจนถึงการจัดจานที่มีลูกเล่นต่างๆ ก็ต้องมนุษย์ทำ

งานศิลปะก็เช่นกัน การวาดภาพ การปั้น มันมีลักษณะเฉพาะหรือ “ลายเซ็น” ของศิลปินที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้งานได้ คนดูศิลปะเขาบอกว่า ถ้าเป็นงานจากฝีมือมนุษย์มันดูมีชีวิตและอารมณ์อยู่ในงานนั้น งานศิลปะอีกอย่างหนึ่งก็คืองานด้านวรรณกรรม บทละคร บทภาพยนตร์ ที่ก็ต้องใช้ไอเดียมนุษย์ในการสร้างเรื่องราว คอมพิวเตอร์คงไม่สามารถสร้างเรื่องราวที่มีความซับซ้อน หรือใช้ภาษาที่เป็น “ลายเซ็น” เฉพาะของใครได้

งานที่ต้องใช้การตัดสินใจเชิงสังคมหรือศีลธรรม เช่น งานด้านปกครอง ด้านการพัฒนาชุมชน งานด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเนื้อหารายละเอียดคดีมีเรื่องราว มีความซับซ้อน ที่ต้องมีการชั่งน้ำหนักเชิงความได้เปรียบเสียเปรียบ ความคุ้มค่า น้ำหนักเชิงศีลธรรมก่อนที่จะตัดสินใจ ของเหล่านี้คงใช้คอมพิวเตอร์มาตัดสินไม่ได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews